เมื่อผม.. ไม่ได้คิด
..
ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้
สงสัยจาแก่ได้ที่..
..
ปกติวันเสาร์ที่หน้าตึกจะมีกลุ่มมอไซค์นั่งกันกลุ่มใหญ่
วันนี้คงได้ฤกษ์..
ทุกทีเวลาผมเดินผ่านจะมีเสียงแซวเรื่อยๆเป็นปกติ
ซึ่งผมก้อชินแล้วก้อไม่ว่าไร
เพราะเด็กพวกนี้ละอ่อนกว่าผมหลายขุมนัก
วันนี้ ..
เสียงดังกว่าทุกครั้งเพราะกลุ่มใหญ่กว่าทุกที
มีคนนึงเดินตามมาขนาบข้างผม
ดีว่า .. พูดจาดี ไม่กวนโทสะ
ผมก้อถอดหูฟังออก .. ฟังว่าเค้าถามอะไรผม
.. ทำงานวันเสาร์ด้วยเหรอคับ..
.. พยักหน้า แล้วบอก อืมม..
.. ขอเบอร์ได้ไม๊..
.. ผมยิ้มนิดๆ แต่ไม่ได้ตอบ..
.. ก้อรู้แล้วแหละ ว่าคงไม่ไห้..
..แต่พอดี เพื่อนฝากขอ..
.. ผมคิดในใจ คงสัยกลัวเสียฟอร์มกะเพื่อนแหง..
..แล้วก้อ ถึงหัวโค้งเลี้ยวเข้าตึก..
..โชคดีคับ แล้วก้อเดินกลับไป..
ทีแรก กะจะบอกว่า พี่อ่ะ จะ 30 แล้วน้อง
น้องคงเคี้ยวไม่ไหวหรอก หนังเหนียวขนาดนี้
อ่านะ..
วันนี้
ผมเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า
วันนี้อารมณ์ดีนิดหน่อย
มีผู้ชายคนนึงเดินข้างหลัง
รู้สึก เลยเดินเร็วขึ้นหน่อย
เค้าก้อเดินลงบันไดเลื่อนผ่านหน้าผมไปรถใต้ดิน..
ส่วนผม เดินต่อไป แวะเข้าห้องน้ำไปรัดผมแป๊บนึง
พอเดินออกมา ..
งง งง เอหน้าคุ้นๆ เหมือนคนตะกี๊ที่ลงใต้ดินไปนิหว่า
ก้อความจำสั้น เลยไม่แน่ใจ อาจจะคนละคน
เค้าก้อเดินมาขนาบข้าง(อีกละ)
ผมก้อชินเหมือนเดิม
เอาหูฟังออกข้างนึง
เค้าถามผมว่าทำงานอโศกเหรอ
ผมบอก ..ค่ะ ทำงานอโศก
เค้าบอกว่า เค้าก้อทำงานอโศก
แถวๆ แกรมมี่
ผมก้ออึ้งตกใจ แหม..ละแวกเดียวกันเลย
ผมก้อถามว่าเค้าทำตึกอะไร
.......โอเค คนละตึก ค่อยยังชั่ว
ผมก้อเดินไปคุยไป จนถึงสถานี
เค้าก้อขอนามบัตรผม
ผมก้อไม่ได้คิดอะไร
รีบกลับบ้าน กลัวฝนตก
ขี้เกียจเล่นตัว ให้นามบัตรไปก้อเท่านั้น
ไม่มีเบอร์มือถือ..
ก้อเลยหยิบให้แบบไม่คิดอะไร
สามารถจัดการทีหลังได้อยู่แล้ว
ขอโทษทีนะ ..
ผมเองก้อไม่ได้ปิดตัวเอง
แค่แง้ม ..แล้วก้องับ
หลบได้ก้อไม่โดน...
แค่นั้นแล .....
เดือนหน้าผมจะ 29 ละ
ผมบอกคนที่เคยให้ของขวัญว่า
ไม่ต้องซื้ออะไรให้นะ
อ้อมไม่อยากได้ของขวัญตามมารยาท
เออ.. เป็นไรมากรึป่าววะตู
ก้อบอกไปตรงๆอ่ะ
เพราะผมไม่ซื้อของขวัญให้ใครตามเทศกาล
ผมก้อเลยเกรงใจ ..
เค้าซื้อให้ผม ผมก้อไมได้่ซื้อคืนให้เค้า
ของบางอย่างผมได้มา ผมไม่เคยได้หยิบใช้้
ผมเองก้อไม่อยากเป็นบ่วงมารยาทสังคม
แล้วก้อไม่อยากได้ของขวัญแบบแถม..
พอดีว่า ..ดันเกิดวันเดียวกะคนที่เป็นนางฟ้าที่สุดในออฟฟิส
เลยซวยไป .. เกิดความแตกต่างอย่างฟ้ากะเหว
ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรซักนิด
แค่ .. จริงใจกะสิ่งที่คิด กะความรู้สึก
ไม่อยากได้มารยาท ..
เพราะทุกคนเคยพูดถึงผมแบบลับหลัง
ไม่ได้ถึงแบบดีดี ..
มีแต่เรื่องที่ .. รู้แล้วไม่ควรจำ ไม่ควรเอามาคิด
ดังนั้น ..
ผมไม่เคยรู้สึกว่า ผมมีเพื่อนทีี่ทำงาน
มีแต่ผู้ร่วมงาน ซึ่งผมแยกกันชัดเจน
ในความรู้สึกลึกๆ
ผมเลยไม่สนว่าใครจะยังไง
แล้วก้อแสดงออกอย่างที่่รู้สึก
ชอบก้อคือชอบ
ไม่พอใจ ก้อจะรู้ว่า ผมไม่พอใจ
ผมยอมรับในสิ่งที่ผมทำ
ในสิ่งที่ผมคิด
ในสิ่งที่ผมเป็น
แล้วก้อ ยอมรับผลที่เกิดขึ้น
จากสิ่งเหล่านั้นได้ ..
ผมชอบของที่ให้จากความตั้งใจ
อยากให้ก้อให้
ไม่ต้องมีเทศกาล..
รู้สึกดี กว่าได้ของขวัญวันเกิดเยอะ
เรื่องมากจริ๊งงงง..
เค้าให้ก้อรับๆไปเหอะ..
แล้วค่อยบอกว่า .. วันหลังไม่ต้องให้ก้อได้
เสียดายตัง..
เอาไปบริจาคให้คนอื่นน่าจะได้ประโยชน์กว่่า
เพราะของที่ผมไม่อยากได้ หรือไม่ชอบ ..
ผมไม่แตะเลย ..
เฮ้ออออออ
วันนี้ ..
ผมใส่ชุดสีชมพูแป๋น
ในขณะที่คนทั้งออฟฟิสใส่สีเหลือง
ผมก้อเฉยๆ ..ไม่รู้สึกว่าผมประหลาด
มีแม่ผมเคยแอบทัก ..
ลูกสาวเค้ามั่นใจจริงๆแต่งชุดนี้
ไม่ใช่อะไรนะ....
คือ กล้าใส่ชุดยับๆ ไม่รีดไปทำงานได้ ไม่มีอายใคร
อ่ะนะ ..
นั่นอ่ะรีดแล้ว .. ได้เท่านั้นแหละแม่
ตอนนี้ ..
ผมตัดสินใจละ
ว่าผมจะพยายามครองสถานะภาพโฉดแบบนี้ไว้
คิดว่า ..
สามารถและไม่ยากเกินจะทำได้สำเร็จ
แบบที่ไม่ปิดตัวเองด้วย
ใครเข้ามา ผมจะไม่หนี
แต่ผมจะยืนยันในความตั้งใจ นโยบายที่ชัดเจน
น่าตื่นเต้นนิดๆ
กลัวทำไม่ได้ ... 5555
5555555555
เอาวะ ...
ลองดู


