counter 4,995

Create Your Own

เมื่อผม.. ไม่ได้คิด






..

ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้

สงสัยจาแก่ได้ที่..

..

ปกติวันเสาร์ที่หน้าตึกจะมีกลุ่มมอไซค์นั่งกันกลุ่มใหญ่

วันนี้คงได้ฤกษ์..

ทุกทีเวลาผมเดินผ่านจะมีเสียงแซวเรื่อยๆเป็นปกติ

ซึ่งผมก้อชินแล้วก้อไม่ว่าไร

เพราะเด็กพวกนี้ละอ่อนกว่าผมหลายขุมนัก

วันนี้ ..

เสียงดังกว่าทุกครั้งเพราะกลุ่มใหญ่กว่าทุกที

มีคนนึงเดินตามมาขนาบข้างผม

ดีว่า .. พูดจาดี ไม่กวนโทสะ

ผมก้อถอดหูฟังออก .. ฟังว่าเค้าถามอะไรผม

.. ทำงานวันเสาร์ด้วยเหรอคับ..

.. พยักหน้า แล้วบอก อืมม..

.. ขอเบอร์ได้ไม๊..

.. ผมยิ้มนิดๆ แต่ไม่ได้ตอบ..

.. ก้อรู้แล้วแหละ ว่าคงไม่ไห้..

..แต่พอดี เพื่อนฝากขอ..

.. ผมคิดในใจ คงสัยกลัวเสียฟอร์มกะเพื่อนแหง..

..แล้วก้อ ถึงหัวโค้งเลี้ยวเข้าตึก..

..โชคดีคับ  แล้วก้อเดินกลับไป..

ทีแรก กะจะบอกว่า พี่อ่ะ จะ 30 แล้วน้อง

น้องคงเคี้ยวไม่ไหวหรอก หนังเหนียวขนาดนี้

อ่านะ..


วันนี้

ผมเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า

วันนี้อารมณ์ดีนิดหน่อย

มีผู้ชายคนนึงเดินข้างหลัง

รู้สึก เลยเดินเร็วขึ้นหน่อย

เค้าก้อเดินลงบันไดเลื่อนผ่านหน้าผมไปรถใต้ดิน..

ส่วนผม เดินต่อไป แวะเข้าห้องน้ำไปรัดผมแป๊บนึง

พอเดินออกมา ..

งง งง เอหน้าคุ้นๆ เหมือนคนตะกี๊ที่ลงใต้ดินไปนิหว่า

ก้อความจำสั้น เลยไม่แน่ใจ อาจจะคนละคน

เค้าก้อเดินมาขนาบข้าง(อีกละ)

ผมก้อชินเหมือนเดิม

เอาหูฟังออกข้างนึง

เค้าถามผมว่าทำงานอโศกเหรอ

ผมบอก ..ค่ะ ทำงานอโศก

เค้าบอกว่า เค้าก้อทำงานอโศก

แถวๆ แกรมมี่

ผมก้ออึ้งตกใจ แหม..ละแวกเดียวกันเลย

ผมก้อถามว่าเค้าทำตึกอะไร

.......โอเค คนละตึก ค่อยยังชั่ว

ผมก้อเดินไปคุยไป จนถึงสถานี

เค้าก้อขอนามบัตรผม

ผมก้อไม่ได้คิดอะไร

รีบกลับบ้าน กลัวฝนตก

ขี้เกียจเล่นตัว ให้นามบัตรไปก้อเท่านั้น

ไม่มีเบอร์มือถือ..

ก้อเลยหยิบให้แบบไม่คิดอะไร

สามารถจัดการทีหลังได้อยู่แล้ว

ขอโทษทีนะ ..

ผมเองก้อไม่ได้ปิดตัวเอง

แค่แง้ม ..แล้วก้องับ

หลบได้ก้อไม่โดน...

แค่นั้นแล .....




เดือนหน้าผมจะ 29 ละ

ผมบอกคนที่เคยให้ของขวัญว่า

ไม่ต้องซื้ออะไรให้นะ

อ้อมไม่อยากได้ของขวัญตามมารยาท

เออ.. เป็นไรมากรึป่าววะตู

ก้อบอกไปตรงๆอ่ะ

เพราะผมไม่ซื้อของขวัญให้ใครตามเทศกาล

ผมก้อเลยเกรงใจ ..

เค้าซื้อให้ผม ผมก้อไมได้่ซื้อคืนให้เค้า

ของบางอย่างผมได้มา ผมไม่เคยได้หยิบใช้้

ผมเองก้อไม่อยากเป็นบ่วงมารยาทสังคม

แล้วก้อไม่อยากได้ของขวัญแบบแถม..

พอดีว่า ..ดันเกิดวันเดียวกะคนที่เป็นนางฟ้าที่สุดในออฟฟิส

เลยซวยไป .. เกิดความแตกต่างอย่างฟ้ากะเหว

ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรซักนิด

แค่ .. จริงใจกะสิ่งที่คิด กะความรู้สึก

ไม่อยากได้มารยาท ..

เพราะทุกคนเคยพูดถึงผมแบบลับหลัง

ไม่ได้ถึงแบบดีดี ..

มีแต่เรื่องที่ .. รู้แล้วไม่ควรจำ ไม่ควรเอามาคิด

ดังนั้น ..

ผมไม่เคยรู้สึกว่า ผมมีเพื่อนทีี่ทำงาน

มีแต่ผู้ร่วมงาน ซึ่งผมแยกกันชัดเจน

ในความรู้สึกลึกๆ

ผมเลยไม่สนว่าใครจะยังไง

แล้วก้อแสดงออกอย่างที่่รู้สึก

ชอบก้อคือชอบ

ไม่พอใจ ก้อจะรู้ว่า ผมไม่พอใจ

ผมยอมรับในสิ่งที่ผมทำ

ในสิ่งที่ผมคิด

ในสิ่งที่ผมเป็น

แล้วก้อ ยอมรับผลที่เกิดขึ้น

จากสิ่งเหล่านั้นได้ ..

ผมชอบของที่ให้จากความตั้งใจ

อยากให้ก้อให้

ไม่ต้องมีเทศกาล..

รู้สึกดี กว่าได้ของขวัญวันเกิดเยอะ

เรื่องมากจริ๊งงงง..

เค้าให้ก้อรับๆไปเหอะ..

แล้วค่อยบอกว่า .. วันหลังไม่ต้องให้ก้อได้

เสียดายตัง..

เอาไปบริจาคให้คนอื่นน่าจะได้ประโยชน์กว่่า


เพราะของที่ผมไม่อยากได้ หรือไม่ชอบ ..

ผมไม่แตะเลย ..

เฮ้ออออออ



วันนี้ ..

ผมใส่ชุดสีชมพูแป๋น

ในขณะที่คนทั้งออฟฟิสใส่สีเหลือง

ผมก้อเฉยๆ ..ไม่รู้สึกว่าผมประหลาด

มีแม่ผมเคยแอบทัก ..

ลูกสาวเค้ามั่นใจจริงๆแต่งชุดนี้

ไม่ใช่อะไรนะ....

คือ กล้าใส่ชุดยับๆ ไม่รีดไปทำงานได้ ไม่มีอายใคร


อ่ะนะ ..


นั่นอ่ะรีดแล้ว .. ได้เท่านั้นแหละแม่



ตอนนี้ ..

ผมตัดสินใจละ

ว่าผมจะพยายามครองสถานะภาพโฉดแบบนี้ไว้

คิดว่า ..

สามารถและไม่ยากเกินจะทำได้สำเร็จ

แบบที่ไม่ปิดตัวเองด้วย

ใครเข้ามา ผมจะไม่หนี

แต่ผมจะยืนยันในความตั้งใจ นโยบายที่ชัดเจน

น่าตื่นเต้นนิดๆ

กลัวทำไม่ได้ ... 5555

 5555555555

เอาวะ ...


ลองดู







Create Your Own

เมื่อผม.. ไม่ได้คิด






..

ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้

สงสัยจาแก่ได้ที่..

..

ปกติวันเสาร์ที่หน้าตึกจะมีกลุ่มมอไซค์นั่งกันกลุ่มใหญ่

วันนี้คงได้ฤกษ์..

ทุกทีเวลาผมเดินผ่านจะมีเสียงแซวเรื่อยๆเป็นปกติ

ซึ่งผมก้อชินแล้วก้อไม่ว่าไร

เพราะเด็กพวกนี้ละอ่อนกว่าผมหลายขุมนัก

วันนี้ ..

เสียงดังกว่าทุกครั้งเพราะกลุ่มใหญ่กว่าทุกที

มีคนนึงเดินตามมาขนาบข้างผม

ดีว่า .. พูดจาดี ไม่กวนโทสะ

ผมก้อถอดหูฟังออก .. ฟังว่าเค้าถามอะไรผม

.. ทำงานวันเสาร์ด้วยเหรอคับ..

.. พยักหน้า แล้วบอก อืมม..

.. ขอเบอร์ได้ไม๊..

.. ผมยิ้มนิดๆ แต่ไม่ได้ตอบ..

.. ก้อรู้แล้วแหละ ว่าคงไม่ไห้..

..แต่พอดี เพื่อนฝากขอ..

.. ผมคิดในใจ คงสัยกลัวเสียฟอร์มกะเพื่อนแหง..

..แล้วก้อ ถึงหัวโค้งเลี้ยวเข้าตึก..

..โชคดีคับ  แล้วก้อเดินกลับไป..

ทีแรก กะจะบอกว่า พี่อ่ะ จะ 30 แล้วน้อง

น้องคงเคี้ยวไม่ไหวหรอก หนังเหนียวขนาดนี้

อ่านะ..


วันนี้

ผมเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า

วันนี้อารมณ์ดีนิดหน่อย

มีผู้ชายคนนึงเดินข้างหลัง

รู้สึก เลยเดินเร็วขึ้นหน่อย

เค้าก้อเดินลงบันไดเลื่อนผ่านหน้าผมไปรถใต้ดิน..

ส่วนผม เดินต่อไป แวะเข้าห้องน้ำไปรัดผมแป๊บนึง

พอเดินออกมา ..

งง งง เอหน้าคุ้นๆ เหมือนคนตะกี๊ที่ลงใต้ดินไปนิหว่า

ก้อความจำสั้น เลยไม่แน่ใจ อาจจะคนละคน

เค้าก้อเดินมาขนาบข้าง(อีกละ)

ผมก้อชินเหมือนเดิม

เอาหูฟังออกข้างนึง

เค้าถามผมว่าทำงานอโศกเหรอ

ผมบอก ..ค่ะ ทำงานอโศก

เค้าบอกว่า เค้าก้อทำงานอโศก

แถวๆ แกรมมี่

ผมก้ออึ้งตกใจ แหม..ละแวกเดียวกันเลย

ผมก้อถามว่าเค้าทำตึกอะไร

.......โอเค คนละตึก ค่อยยังชั่ว

ผมก้อเดินไปคุยไป จนถึงสถานี

เค้าก้อขอนามบัตรผม

ผมก้อไม่ได้คิดอะไร

รีบกลับบ้าน กลัวฝนตก

ขี้เกียจเล่นตัว ให้นามบัตรไปก้อเท่านั้น

ไม่มีเบอร์มือถือ..

ก้อเลยหยิบให้แบบไม่คิดอะไร

สามารถจัดการทีหลังได้อยู่แล้ว

ขอโทษทีนะ ..

ผมเองก้อไม่ได้ปิดตัวเอง

แค่แง้ม ..แล้วก้องับ

หลบได้ก้อไม่โดน...

แค่นั้นแล .....




เดือนหน้าผมจะ 29 ละ

ผมบอกคนที่เคยให้ของขวัญว่า

ไม่ต้องซื้ออะไรให้นะ

อ้อมไม่อยากได้ของขวัญตามมารยาท

เออ.. เป็นไรมากรึป่าววะตู

ก้อบอกไปตรงๆอ่ะ

เพราะผมไม่ซื้อของขวัญให้ใครตามเทศกาล

ผมก้อเลยเกรงใจ ..

เค้าซื้อให้ผม ผมก้อไมได้่ซื้อคืนให้เค้า

ของบางอย่างผมได้มา ผมไม่เคยได้หยิบใช้้

ผมเองก้อไม่อยากเป็นบ่วงมารยาทสังคม

แล้วก้อไม่อยากได้ของขวัญแบบแถม..

พอดีว่า ..ดันเกิดวันเดียวกะคนที่เป็นนางฟ้าที่สุดในออฟฟิส

เลยซวยไป .. เกิดความแตกต่างอย่างฟ้ากะเหว

ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรซักนิด

แค่ .. จริงใจกะสิ่งที่คิด กะความรู้สึก

ไม่อยากได้มารยาท ..

เพราะทุกคนเคยพูดถึงผมแบบลับหลัง

ไม่ได้ถึงแบบดีดี ..

มีแต่เรื่องที่ .. รู้แล้วไม่ควรจำ ไม่ควรเอามาคิด

ดังนั้น ..

ผมไม่เคยรู้สึกว่า ผมมีเพื่อนทีี่ทำงาน

มีแต่ผู้ร่วมงาน ซึ่งผมแยกกันชัดเจน

ในความรู้สึกลึกๆ

ผมเลยไม่สนว่าใครจะยังไง

แล้วก้อแสดงออกอย่างที่่รู้สึก

ชอบก้อคือชอบ

ไม่พอใจ ก้อจะรู้ว่า ผมไม่พอใจ

ผมยอมรับในสิ่งที่ผมทำ

ในสิ่งที่ผมคิด

ในสิ่งที่ผมเป็น

แล้วก้อ ยอมรับผลที่เกิดขึ้น

จากสิ่งเหล่านั้นได้ ..

ผมชอบของที่ให้จากความตั้งใจ

อยากให้ก้อให้

ไม่ต้องมีเทศกาล..

รู้สึกดี กว่าได้ของขวัญวันเกิดเยอะ

เรื่องมากจริ๊งงงง..

เค้าให้ก้อรับๆไปเหอะ..

แล้วค่อยบอกว่า .. วันหลังไม่ต้องให้ก้อได้

เสียดายตัง..

เอาไปบริจาคให้คนอื่นน่าจะได้ประโยชน์กว่่า


เพราะของที่ผมไม่อยากได้ หรือไม่ชอบ ..

ผมไม่แตะเลย ..

เฮ้ออออออ



วันนี้ ..

ผมใส่ชุดสีชมพูแป๋น

ในขณะที่คนทั้งออฟฟิสใส่สีเหลือง

ผมก้อเฉยๆ ..ไม่รู้สึกว่าผมประหลาด

มีแม่ผมเคยแอบทัก ..

ลูกสาวเค้ามั่นใจจริงๆแต่งชุดนี้

ไม่ใช่อะไรนะ....

คือ กล้าใส่ชุดยับๆ ไม่รีดไปทำงานได้ ไม่มีอายใคร


อ่ะนะ ..


นั่นอ่ะรีดแล้ว .. ได้เท่านั้นแหละแม่



ตอนนี้ ..

ผมตัดสินใจละ

ว่าผมจะพยายามครองสถานะภาพโฉดแบบนี้ไว้

คิดว่า ..

สามารถและไม่ยากเกินจะทำได้สำเร็จ

แบบที่ไม่ปิดตัวเองด้วย

ใครเข้ามา ผมจะไม่หนี

แต่ผมจะยืนยันในความตั้งใจ นโยบายที่ชัดเจน

น่าตื่นเต้นนิดๆ

กลัวทำไม่ได้ ... 5555

 5555555555

เอาวะ ...


ลองดู







Create Your Own

เมื่อผม...และคนอื่นๆ

 

 

 

 

 

ผมชักไม่แน่ใจ..

สำหรับคนที่มีคู่อยู่แล้ว

ว่ามันสิ่งที่ทุกคนต้องเจอะเจอและผ่านพ้นให้ได้รึเปล่า

สิ่งที่เข้ามาโดยที่ไม่ทันได้ระวัง ไม่ได้ตั้งใจหรือทันตั้งตัว

***

ก่อนหน้านี้ เพือนvipของผม

ประสบปัญหาที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้

แต่โชคดีที่เค้าผ่านพ้นไปได้

แม้มันอาจจะทุลักทุเลบ้าง

ตอนนี้ ..

เพื่อนผมอีกคนนึงแต่คนนี้เป็นผู้ชาย

ผู้ซึ่งมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วอยู่ 1 คน

แต่ก้อมีแฟนเก่า(ที่แต่งงานไปแล้ว)เสนอที่จะสานสัมพันธ์ต่อ

บวกกับผู้หญิงที่ออฟฟิสอีก 1 คนที่ทำท่าหมาหยอกไก่กันไปมา

อีรุงตุงนังจิงๆ

ที่แย่ก้อ สาวสาวทุกคนรู้ว่าพี่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว

ไม่ได้ไปหลอกลวงอะไร ..

เค้าถามว่า .. พี่ผิดไม๊

ผมว่า..  กรรมคือการกระทำ

ทำอะไรก้อรอผลอันนั้นแล

 

ถ้าแค่กิ๊กกัน

ห้ามใจห้ามกายไม่ให้เกินเลยได้ก้อคงไม่มีเรื่อง

แต่ถ้าเกิดมันพลาดไป..

ก้อรอรับกรรม ..

ง่ายๆ ตรงไปตรงมา

 

แต่ไอ้ที่มาเล่า มาระบายให้ผมฟัง

ก้อคงพอจะช่วยให้รู้สึกผิดน้อยลงซักนิดมั้ง

กับสิ่งที่เค้าทำลงไป ..

ตอนที่เค้าเอาข้อความต่างๆที่เค้าส่งหากัน

อ่านไปก้อแอบอึ้ง ..

ยิ่งรู้เรื่อง ก้อยิ่งเหม็นเบื่อผู้ชาย

มันคงเป็นสิ่งที่ยากเกินไป

ที่เราจะซื่อสัตย์กับใครสักคนได้แบบหมดจด

ในเมื่อมีอะไรมาทดสอบให้ใจหวั่นไหวมากมาย

ก้อ .. สงสารทั้งตัวแฟนที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร

แล้วก้อสงสารทั้งคนที่ทำงาน

ที่คงเปิดเผยให้ใครรู้ไม่ได้

เพราะทุกคนก้อรู้ว่าผู้ชายมีแฟนอยู่แล้ว

ยังไงก้อดูไม่ดีแน่แน่

ส่วนตัวต้นเรื่อง ก้อคงไม่ได้สุขซะทีเดียวที่คบใครทีละหลายคน

ยังไงซะ .. ตบมือข้างเดียวไม่ดังแน่

แต่ถ้าช่วยกันตบหลายมือ .. อันนี้คงดังสนั่น

เรื่องรักใคร่ มันละเมียดเกินกว่าจะเข้าใจ

ในหลีบความรู้สึกของแต่ละคนที่ต่างกัน

ถ้าไม่เคยโดนเข้ากับตัวคงไม่รู้แน่แน่

ว่าทำไม .. เค้าถึงเลือกที่จะตัดสินใจทำแบบนั้น

 

เรื่องราวมากมายที่ผมได้รู้...

 

ผู้ชายคนนึง ไปหลงรักผู้หญิงคนนึงที่แต่งงานแล้ว

ถามว่า .. เค้าควรทำยังไง

**ตัดใจ แล้วก้อเลือกสถานะที่เหมาะสมระหว่างเค้าและเธอ

**ทำให้ดีที่สุด ตามที่ใจต้องการบางที เธอคนนั้นอาจจะเลิกกับมาสามีมารักเค้า(มั้ง)

*********************

 

ผู้หญิงคนนึงแต่งงานแล้ว แต่มีบางช่วงที่คิดถึงผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามี

**ไม่ได้มีอะไรเกินเลย แค่คิดถึงเพราะสถานการณ์นำไป คงไม่เป็นไร

**พยายามที่จะจัดระยะความเหมาะสมของศีลธรรมความถูกต้องแม้จะยากเย็นก้อตาม

******************

ผู้ชายคนนึงมีแฟนแล้วเพียงแค่ยังไม่ได้แต่งตามประเพณี

**ไปกิ๊กกะผู้หญิงอื่น แต่ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ไม่ผิด(มั้ง)

**บอกเลิกกับใครซักคนที่คิดว่าไม่ใช่ แล้วก้อจริงจังกับใครซักคน

 

 

 

มีเรื่องราวมากมายใครเป็นตัวประกอบ ใครเป็นตัวเอกก้อขึ้นอยู่กับเรื่องนั้นเป็นเรื่องใคร

สำหรับผม.. คุณอาจจะเป็นพระเอกคนเดียวของผม

แต่สำหรับคุณ.. ผมเป็นแค่ตัวประกอบที่เดินผ่านไปมาแค่ไม่กี่ฉากในชีวิตคุณ

บางที อาจจะมีใครสักคนที่รู้สึกกับผมเหมือนที่ผมรู้สึกกับคุณ

ผิดที่..ผมกับเค้ารู้สึกไม่ตรงกัน

 

ชืวิตจริง ..

ถ้าคิดว่ามันยาก มันก้อยาก

แต่ถ้าคิดว่ามันง่าย มันก้อตามนั้นแล

แล้วกรรมคงนำพาไปเอง

 

 

 

ตอนนี้ ..

ไม่อยากคิดอะไร

เฉยๆ .. นิ่งๆ

งานเยอะก้อดีงี้ ไม่มีเวลาฟุ้งซ่านเรื่องตัวเอง

 

แถมมีเรื่องคนอื่นมาให้ขบอีกหลายเคส

งานเยอะก้อดีงี้ ไม่มีเวลาฟุ้งซ่านเรื่องตัวเอง

 

แถมมีเรื่องคนอื่นมาให้ขบอีกหลายเคส

 

 

 

ตอนนี้ ..

ไม่อยากคิดอะไร

เฉยๆ .. นิ่งๆ

งานเยอะมันก้อดีอย่างไม่มีเวลาคิดอะไร

ยิ่งมีเรื่องชาวบ้านเข้ามาให้ขบอืก

เวลามันก้อหมดไปเร็วขี้น

เดือนหน้าก้อครบรอบวันเกิดผม

ปีนี้ก้อ...ย่าง 30 ละ

เดินทางมาไกลครึ่งชีวิตแล้วเร็วจิงเหวย

ถ้าผมจะหายใจต่ออีกซัก 20 ปี

ผมจะเอาไงดีกะชีวิตที่เหลือดีหว่า

ทำอย่างที่อยากซะ..

หรือทำอย่างที่ควร..

รึว่าจะปล่อยมันต่อไปเหมือนเดิม

เอาวะ ..

 



SQL: SELECT * FROM link WHERE blogID = '892' ORDER BY catID
mysql error : Incorrect key file for table './storythai/link.MYI'; try to repair it

iaomaomaom